เชฟรอน
บริษัทซึ่งอยู่เบื้องหลังตราผลิตภัณฑ์คาลเท็กซ์
คือบริษัทผู้กลั่นน้ำมันดิบและผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรายใหญ่สำหรับตลาดทั่วโลก
โรงกลั่นน้ำมันเชฟรอนผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีคุณภาพสำหรับหน่วยธุรกิจการจำหน่าย
การค้าและการตลาดทั่วโลก (Global Supply & Trading and Marketing)
ด้วยบริษัทในเครือ 8 แห่งและโรงกลั่นร่วมทุนอีก 11 แห่งใน 14 ประเทศ
เชฟรอนมีกำลังในการกลั่นน้ำมันทั่วโลกมากกว่า 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
และผลิตผลิตภัณฑ์กว่า 25 ชนิด เพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการของแต่ละประเทศ
โรงกลั่นน้ำมันเชฟรอนมุ่งเน้นด้านความปลอดภัยและสมรรถนะ
โดยมีเป้าหมายอยู่ที่จำนวนเหตุการณ์เป็น 0 และการบาดเจ็บเป็น 0
รวมทั้งเป็นอันดับหนึ่งด้านสมรรถนะทางการแข่งขัน
เชฟรอนมีการร่วมทุนกับโรงกลั่น 9 แห่งซึ่งตั้งอยู่รอบมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก
โรงกลั่นเหล่านี้มีความแตกต่างกันทั้งขนาด หน่วยการผลิต และ การร่วมทุน
โดยโรงกลั่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในเกาหลีและเป็นโรงกลั่นที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของโลกด้วย
โรงกลั่นแห่งนี้มีกำลังผลิตน้ำมัน 650,000 บาร์เรลต่อวัน
ขณะที่โรงกลั่นในปากีสถานมีกำลังผลิตเพียง 43,000 บาร์เรลต่อวัน โรงกลั่นส่วนใหญ่มี
หน่วย FCC (fluid catalytic cracking)
ติดตั้งไว้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกน้ำมัน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง
โรงกลั่นทุกแห่งดำเนินงานตามมาตรฐานสากลและตามมาตรฐานของประเทศท๊ตั้ง
เชฟรอนมีสัดส่วนการร่วมทุนกับโรงกลั่นในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกที่แตกต่างกัน
ตั้งแต่ร้อยละ 12 ในโรงกลั่นน้ำมันปากีสถาน จำกัด (Pakistan Refinery Ltd)
ไปจนถึงร้อยละ 64 ในบริษัทกลั่นน้ำมันสตาร์ปิโตรเลียม (Star Petroleum Refining
Company) อันทันสมัยในประเทศไทย ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างเชฟรอน (64%)
และการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (36%) โรงกลั่นน้ำมันดังกล่าวเปิดดำเนินงานในปี 2539
มีกำลังผลิตน้ำมัน 150,000 บาร์เรลต่อวัน
และใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพโดดเด่น
โดยที่ฝ่ายผลิตจะเน้นด้านความปลอดภัยของพนักงานและประสิทธิภาพการกลั่นเป็นสิ่งสำคัญ
เชฟรอนทำการ
ปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันอย่างต่อเนื่องด้วยวิธีการดำเนินงานและเทคโนโลยีใหม่ๆ
ที่พัฒนาขึ้นจากการแลกเปลี่ยนความรู้ความสามารถทางการปฏิบัติงานที่ดีที่สุดภายในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่น
ปัจจัยส่งเสริมดังกล่าวเพิ่มความคล่องตัวและผลผลิตให้แก่โรงกลั่นเหล่านี้
ซึ่งทำให้เราสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น
และได้ผลประโยชน์จากโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจสูงขึ้น
การกลั่นน้ำมันคืออะไร
โรงกลั่นน้ำมันทำหน้าที่แปรสภาพน้ำมันดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและคุณภาพตามที่ผู้บริโภคต้องการ
ผู้ที่จัดการและดำเนินงานโรงกลั่นมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัยและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
น้ำมันดิบประกอบขึ้นจากไฮโดรคาร์บอนที่แตกต่างกันกว่าพันชนิดซึ่งมีจุดเดือดที่อุณหภูมิต่างกัน
และผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่น อาทิ แอลพีจี (ก๊าซปิโตรเลียมเหลว) น้ำมันเบนซิน
น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา
คือส่วนผสมของไฮโดรคาร์บอนหลายชนิดมากกว่าจะเป็นชนิดใดชนิดหนึ่ง
วิธีการขั้นพื้นฐานในการแยกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกจากกันคือการกลั่น และ “การแยกสลาย
(cracking)” น้ำมันหนักเป็นน้ำมันเบาเพื่อเพิ่มผลผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น
กระบวนการเร่งปฏิกิริยาและอุณหภูมินั้นใช้สำหรับ “แยกสลาย (cracking)”
ห่วงโซ่ไฮโดรคาร์บอนขนาดยาวให้เป็นห่วงโซ่ขนาดสั้นที่มีจุดเดือดอยู่ในช่วงของน้ำมันเบนซินหรือดีเซล
ผลิตภัณฑ์หลายตัวถูกสกัดเอากำมะถันออกไปก่อนที่จะนำออกจำหน่าย
และกำมะถันคือจีงเป็นผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบนั่นเอง
โรงกลั่นน้ำมันของเชฟรอนกลั่นน้ำมันดิบส่วนใหญ่จากตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการผลิต
ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า
|